- daily ช่วงนี้

posted on 16 Dec 2009 17:31 by aum-passion  in Lifestyle

วันนี้อาจารย์เปิด the letter ให้ดู  แล้วให้วิจารณ์ 3 แบบ (จิตวิจารณ์ / อรรถวิจารณ์ / วิพาษ์วิจารณ์)  จะบอกว่าดูไปกูตีความได้เรื่องเดียวเลยจริง ๆ คือ การเริ่มต้นใหม่   "ชีวิตคนเราต้องมีการเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ"  ไม่ยึดติดอยู่กับอดีต อาจมีบางช่วงของชีวิตที่โหดร้ายเหมือนท้องทะเลทราย  แต่เพียงแค่เรา "เข้าใจ" และ "ยอมรับ" แล้ว "เริ่มต้นใหม่"  คุณก็จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้  ตีความจากตอนที่ทำบ้านใหม่ ต้นไขลานนาฬิกา (เค้าเรียกอย่างนี้หรือเปล่าวะ ?)  พอต้นตาย ดิวก็หยุดนาฬิกาไว้  แล้วพอดิวรู้ว่าตัวเองท้องก็ไปไขลานนาฬิกาอีกครั้งเหมือนเป็นการบอกว่ามีชีวิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วนะ  ที่จับประเด็นการเริ่มต้นใหม่ได้ก็ดูจากฉากที่ต้นพาดิวไปยังต้นบ๊วย แล้วก้านต้นไม้มีตรงที่มันแตกหน่อใหม่  ต้นก็เลยบอกดิวประมาณว่าการเริ่มต้นอะไรซักอย่างนี่แหละ จำไม่ได้แล้ว ต้องไปหาดูใหม่

 

ตอนที่ต้นทำกุญแจหล่น น่าจะตีความว่า "กำลังจะตาย" เพราะ "กุญแจ" คือสิ่งสำคัญในชีวิต  เพราะถ้าคุณไม่มีกุญแจ คุณก็จะ(แก้)ไขอะไรไม่ได้เลย  งงดี ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร  คือ รับรู้ได้ด้วยความรู้สึกว่าหนังเค้าต้องการจะสื่ออะไร แต่เขียนออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ไม่รู้จะบอกว่ายังไง

 

แล้วก็ความแตกต่างระหว่างสังคมเมืองกับสังคมชนบท จะเห็นชัดเจนมากจากเกดที่เป็นเพื่อนสาวดิว รายละเอียดปลีกย่อยเยอะว่ะ ต้องไปเก็บอีกครั้ง แต่ก็จด ๆ ไว้บางอัน

 

ประเด็นอื่นมองไม่เห็นแล้วอ่ะ -*- 

 

---

 

กำลัง proof ฟิค  ตาลายมากมาย  กลัวจะไม่เสร็จ  เมื่อวานนอนตั้งแต่ 3 ทุ่มถึงตี 1  แล้วตื่นมาอยู่จนถึงตอนนี้เลย  แต่ไม่รู้ทำไมเราไม่ง่วงเลยวะ  เออออ เมื่อวานกินกาแฟยูนิซิตี้ไป  ของเค้าดีจริง ๆ ว่ะ  ตอนแรกว่าจะกินแก้ง่วง แต่มันกลับไปแก้แพ้ให้เราซะงั้น (สรรพคุณกาแฟยูนิซิตี้อีกอย่างก็คือ แก้แพ้)  เพราะเป็นหวัด ได้ข่าวว่านั่งปั่นฟิคไป พรู๊ฟฟิคไปน้ำมูกก็ย้อยออกมาจากจมูก  แต่พอกินกาแฟเค้าแล้ว ไม่มีน้ำมูกอ่าต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้เลย ของเค้าดีจริงๆ เว้ย (ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใด)  หรือที่ไม่มีน้ำมูก เพระาหวัดมันจะหายฟะ ?  เอ๊ะ !  อันนี้ก็ไม่รู้ 5555+

ได้ข่าวว่าเพิ่งไปซื้อ amoxicillin มากินเมื่อวาน  เพิ่งกินไป 3 เม็ดเอง  จะหายหวัดล่ะกู  แต่ยังไงก็ต้องกินติดต่อกันจนหมด ไม่งั้นดื้อยา  จะว่าไป ขอเม้าท์อาจารย์ที่ร้านยาหน่อยเหอะ  เมื่อวานไปซื้อตอน 11 โมงกว่า ๆ  มีคนไข้เดินเข้ามาในร้านเรื่อย ๆ  แต่อาจารย์กลับนั่งทำงานอยู่โต๊ะคอมพิวเตอร์ แล้วให้เจ้าพนักงานเภสัชฯ มาขายยาแทน  แล้วรู้ไหม พี่ที่เป็นเจ้าพนักงานเภสัชฯ บอกเราว่าไง  คือ ปกติเนี่ยไปถึงร้านยาก็จะต้องบอกอาจารย์ว่าเป็นอะไรมา อะไรยังไงว่าไป แล้วอาจารย์ก็จะถามนู่นนี่นั่น  แล้วก็จะจัดยาให้ อาจมีการถามความคิดเห็นว่าอยากได้ยาตัวไหน อยากได้แบบง่วงหรือไม่ง่วง หรือออกฤทธิ์แรงขึ้น หรืออะไรก็ว่าไป  แล้วอาจารย์ก็จะจัดให้พร้อมเขียนซองยาอย่างละเอียดให้ พร้อมกับบอกวิธีกิน 

แต่ที่ไปเจอเมื่อวาน เป็นอาจารย์คนใหม่ที่เราก็ยังไม่ได้เรียนด้วย  ไม่มาดูหน้าร้านเลยอ่ะ  แล้วพี่เจ้าพนง.ภส.เค้าก็คงไม่รู้แหละว่าจะจัดยาอะไรให้ เค้าบอกเราว่า "อยากได้ยาอะไร บอกมาเลย"  โหหห นี่ยังดีนะว่าเราพอจะรู้เรื่องอยู่ว่ากรูต้องกินยานี้นะ  ถ้าเป็นคนอื่นที่เค้าเข้ามาแบบปรึกษา แบบไม่รู้ว่าจะกินยาอะไรอ่ะ จะเป็นยังไง  แล้วพี่เค้าเอายามาให้เราแผงครึ่ง แล้วเอาซองยาให้ แล้วบอกว่า "เขียนเองเลยน้อง"  อ้าววว เวนนน  กูก็พอจะเขียนเองได้อีกนั่นแหละ แต่ถ้าเป็นคนอื่นล่ะ เค้าจะรู้ไหมว่าควรจะใช้โดสเท่าไหร่อะไรยังไง

ความจริงเรื่องเภสัชกรแขวนป้าย คณะบดีกับคณะอาจารย์แทบทุกคนในคณะก็ออกมาต่อต้านสุด ๆ  จนเราคิดว่าร้านยามหาลัยเรานี่แหละถือเป็นแบบอย่างที่ดี  แต่พอไปเห็นเมื่อวาน เซ็งเลยยย  ความจริงอาจารย์คนอื่นดีหมดเลยนะ มีอาจารย์คนนี้แหละจะทำให้ชื่อเสียงร้านยามหาลัยป่นปี้

อ้ออ เพิ่งนึกขึ้นได้อีกประเด็นนึง สงสัยพี่พนง.ภส.จะรู้ว่ากูเรียนเภสัชฯ อยู่  เพราะไส่ติ้งเภสัชฯ อยู่  แต่อาจารย์ก็บอกอีกนั่นแหละว่า "พวกเธอไม่สามารถจ่ายยาได้ พวกเธอจะจ่ายยาให้กับผู้ป่วยได้ก็ต่อเมื่อได้รับใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม"  เพราะมันมีช่วงนึงที่นิสิตเภสัชฯ ไปรับจ้างเฝ้าร้านยา  แล้วอาจารย์ก็ออกมาพูดแบบประโยคข้างบนอ่ะ ก็หมายความว่า  "พวกเธอเป็นแค่นิสิตที่ยังเรียนไม่จบและที่สำคัญไม่มีใบประกอบวิชาชีพ"  (ก็เข้าข่ายเภสัชกรแขวนป้ายอีกแหละ)

แล้วลองโยงให้มันเข้ากันซิ ก็จะได้ความว่า "ฉันเป็นแค่นิสิตเภสัชฯ ที่ยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพ  คุณจะให้ฉันเขียนใบสั่งยา จ่ายยาให้กับตัวฉันเองได้ยังไง"  มันก็ผิดโต้ง ๆ เลยอ่ะ

 

ทำไมเราถึงซีเรียสเรื่องพวกนี้มากน่ะเหรอ ก็เพราะอาจารย์เน้นย้ำบ่อย บ่อยมากกกกกกกกกก  จนรู้สึกเทิดทูนอาจารย์และคณะไปแล้ว  แต่กลับมีคนคนหนึ่งทำให้เกิดชื่อเสีย  ก็เลยนอยด์เป็นธรรมดา

 

ปล. ฉันรักอาจารย์ รักคณะ แต่ไม่อยากเรียนวิชาชีพนี้   งงไหม ?   เออ งงต่อไป 555+

ปล2. ขอบคุณจักรวาลที่เอื้อเฟื้อสิ่งต่าง ๆ ให้เข้ามาในชีวิต....ขอบคุณค่ะ